#สัจจะไร้สิ่งคู่.

#คัมภีร์ เต๋า เต๋อ จิง.

การตรัสรู้คือจุดเริ่มต้นของพระพุทธศาสนา

              การตรัสรู้ใต้ต้นพระศรีมหาโพธิ์ของพระอรหันตสัมมาสัมพุทธเจ้านั้น  ถือว่าเป็นจุดเริ่มแห่งการปรากฏขึ้นของ “พระพุทธศาสนา” พระธรรมวินัยที่พระพุทธองค์ได้ทรงประกาศไว้ดีแล้ว ที่เรียกว่ามีจำนวนถึง “แปดหมื่นสี่พันพระธรรมขันธ์” ก็เริ่มมาจากการตรัสรู้ของพระพุทธองค์ ณ ภายใต้พระศรีมหาโพธิ์นี้  

            คำว่า “ตรัสรู้” หมายถึง “การรู้แจ้ง” รู้อย่างแจ่มแจ้งชัดเจน เป็นการเข้าถึงความจริงอันสูงสุด  ใน “ธัมมจักกัปปวัตตนสูตร” พระพุทธองค์ทรงตรัสถึงความหมายของการตรัสรู้สัมมาสัมโพธิญาณ ว่าคือการรู้แจ้งความจริงที่เรียกว่า  “อริยสัจ ๔” คือความจริงอันประเสริฐ ๔ ประการ ได้แก่

          ๑. ทุกข์ คือ  สภาพที่ทนได้ยาก ภาวะที่ทนอยู่ในสภาพเดิมไม่ได้ สภาพที่บีบคั้น ได้แก่ ชาติ (การเกิด) ชรา (การแก่ การเก่า) มรณะ (การตาย การสลายไป การสูญสิ้น) การประสบกับสิ่งอันไม่เป็นที่รัก การพลัดพรากจากสิ่งอันเป็นที่รัก การปรารถนาสิ่งใดแล้วไม่สมหวังในสิ่งนั้น กล่าวโดยย่อ อุปาทานขันธ์ทั้ง ๕ คือตัวทุกข์

          ๒. สมุทัย คือ สาเหตุที่ทำให้เกิดทุกข์ ได้แก่ ตัณหา ๓  คือ กามตัณหา-ความทะยานอยากในกาม, ภวตัณหา-ความทะยานอยากในภพ ความอยากเป็นโน่นเป็นนี่  และ วิภวตัณหา-ความทะยานอยากในความปราศจากภพ ความอยากไม่เป็นโน่นเป็นนี่

          ๓. นิโรธ คือ ความดับทุกข์ ได้แก่ ดับสาเหตุที่ทำให้เกิดทุกข์ กล่าวคือ ดับตัณหาทั้ง ๓ ได้อย่างสิ้นเชิง

          ๔.  มรรค คือ หนทางปฏิบัติที่นำไปสู่ความดับแห่งทุกข์ ที่เรียกว่า อริยมรรคมีองค์แปด คือมีองค์ประกอบอยู่แปดประการ ได้แก่ ๑.  สัมมาทิฏฐิ - ความเห็นชอบ   ๒. สัมมาสังกัปปะ -  ความดำริชอบ  ๓. สัมมาวาจา - การพูดจาชอบ    ๔. สัมมากัมมันตะ - การทำการงานชอบ  ๕. สัมมาอาชีวะ - การเลี้ยงชีพชอบ   ๖. สัมมาวายามะ - ความพยายามชอบ  ๗. สัมมาสติ  - ความระลึกชอบ  และ ๘. สัมมาสมาธิ - ความตั้งใจมั่นชอบ  ซึ่งรวมเรียกอีกชื่อหนึ่งได้ว่า "มัชฌิมาปฏิปทา" คือ ทางสายกลาง

            การรู้อริยสัจ ๔ นั้น พระพุทธองค์ได้ทรงตรัสรู้อย่างแจ่มแจ้ง ตามความเป็นจริง โดยมีลักษณะการรู้ที่เรียกว่า รู้ครบทั้งวงรอบ ๓ มีอาการ ๑๒ คือ

            ๑. สัจญาณ การหยั่งรู้สัจจะหรือความจริงของอริยสัจแต่ละข้อตามที่เป็นจริง คือ รู้ว่าทุกข์เป็นอย่างนี้ ๆ   สมุทัยเป็นอย่างนี้ ๆ  นิโรธเป็นอย่างนี้ ๆ  และมรรค เป็นอย่างนี้ ๆ

            ๒. กิจญาณ การหยั่งรู้กิจอันจะต้องทำในอริยสัจแต่ละข้อ คือ รู้ว่าทุกข์นี้ควรกำหนดรู้ สมุทัยนี้ ควรละเสีย  นิโรธนี้ควรทำให้แจ้ง  และมรรคควรเจริญ

            ๓. กตญาณ การหยั่งรู้สิ่งอันทำแล้วในอริยสัจแต่ละข้อ คือ รู้ว่าทุกข์นี้ได้กำหนดรู้แล้ว สมุทัยนี้ได้ละเสียแล้ว นิโรธนี้ได้ทำให้แจ้งแล้ว และมรรคนี้ได้ปฏิบัติอย่างถึงพร้อมแล้ว

            เมื่อพระพุทธองค์ได้ตรัสรู้โดยรอบอย่างนี้ ก็จึงปฏิญาณพระองค์ได้ว่า

“ ทรงบรรลุอนุตตรสัมมาสัมโพธิญาณอันยอดเยี่ยมในโลก พร้อมทั้งเทวโลก มารโลก พรหมโลก

ในหมู่สัตว์ พร้อมทั้งสมณะ พราหมณ์ เทวดาและมนุษย์.

              ปัญญาอันรู้เห็นได้เกิดขึ้นแล้วแก่เราว่า ความพ้นวิเศษของเราไม่กลับกำเริบ ชาติ

นี้เป็นที่สุด ภพใหม่ไม่มีต่อไป.”  ดังนี้

                                        สังวรธัมม์ เรียบเรียง

2 Comments

เป้
บทความนี้ไม่ใช่เต๋า เต๋อ จิงสินะครับ มันเป็นเรื่องทั่วไปเอง
ศิลา
ขอบคุณครับ

Leave your comment

60973

Character Limit 400